Brainstorm
From Information Grid
Contents |
[edit] วัตถุประสงค์ของโครงการ
- เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการนำข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เช่น การนำข้อมูลไปใช้เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ที่จะนำไปสู่การวางแผน และตัดสินใจได้อยุ่งถูกต้อง แม่นยำ และทันถ่วงที
- เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเห็นความสำคัญในการแบ่งปันข้อมูลใน 2 ประเด็น ดังนี้
- แบ่งปันข้อมูลบนพื้นฐานของมาตรฐานข้อมูล ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานใน 2 ด้านหลักๆ คือ (1) โครงสร้างข้อมูล (2) คำนิยามหรือคำจำกัดความของข้อมูล
- แบ่งปันข้อมูลด้วยเทคโนโลยีของ Web Services
[edit] เป้าหมาย/ผลงานหลักที่คาดว่าจะได้รับ
- Environment Informatorium ที่เชื่อมโยงแหล่งข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง
- Environment Informatorium API ที่สนับสนุนให้นักวิจัย หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ สามารถเขียนโปรแกรมเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านทาง Environment Informatorium * Environment Informatorium Web Application ที่สนับสนุนให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในลักษณะของ one-stop service
- Environment Information Standard ที่กำหนดมาตรฐานโครงสร้างข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงคำจำกัดความในการสร้างข้อมูลหนึ่งๆ
[edit] ผลกระทบของโครงการ
- ผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์/เชิงพาณิชย์
- ผลกระทบเชิงสังคม/สิ่งแวดล้อม
- เอกชน/ราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์กรอิสระ/สถาบันการศึกษา: นำข้อมูลไปใช้ในการวิจัยเพื่อบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
- บุคคลทั่วไป: รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ในหนึ่งช่องทาง
- ผลกระทบเชิงวิชาการ/วิทยาศาสตร์
- เอกชน/ราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์กรอิสระ/สถาบันการศึกษา:
[edit] หลักการและเหตุผลที่เสนอโครงการ
[edit] ที่มา/ความสำคัญของปัญหา
ทรัพยากรธรรมชาติ (ได้แก่ น้ำ ป่าไม้ และดิน เป็นต้น) หมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรก็ดี ทรัพยากรธรรมชาติสามารถถูกใช้หมดไป หรือถูกทำให้แปรสภาพได้ โดยปริมาณและสภาพของทรัพยากรธรรมชาตินั้น มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ตัวอย่างเช่น .... ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน ภัยแร้ง น้ำท่วม และ/หรือแผ่นดินถล่ม เป็นต้น ทั้งนี้ตัวแปรที่สำคัญต่อการลดปริมาณ และการแปรสภาพของทรัพยากรธรรมชาติคือ "มนุษย์" เนื่องจากมนุษย์เป็นผู้บริโภคทรัพยากร โดยการมีประชากรที่มากเกินไปและไม่ตระหนักถึงคุณค่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ จะทำให้ทรัพยากรลดปริมาณและเสื่อมสภาพลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้ถดถอยไปในที่สุด จากปัญหาข้างต้น จึงทำให้นักวิชาการได้ให้ความสนใจที่จะทำการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด
ในการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนั้น จะต้องมีการวางแผนและการตัดสินใจที่ถูกต้องและแม่นยำ ซึ่งในการวางแผนและการตัดสินใจนี้มักอยู่บนพื้นฐานของผลที่ได้จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล โดยข้อมูลที่จะนำมาใช้ประกอบการศึกษาและวิเคราะห์มักเป็นข้อมูลทีมาจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะต้องถูกจัดเตรียมให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนำมาใช้ประกอบการศึกษาและวิเคราะห์ฯได้ โดยความสัมพันธ์ของกิจกรรมดังกล่าวได้แสดงใน pyramid.pdf ทั้งนี้ ในการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลนั้นสามารถนำเทคนิคหรือวิธีการต่างๆเข้ามาช่วยเป็นตัวขับเคลื่อน เช่น การจำลองทางคณิตศาตร์ และการสร้างเหมืองข้อมูล เป็นต้น ในขณะที่การจัดการข้อมูลนั้นจะครอบคลุมถึงการให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการจากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการแปลงข้อมูลให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนำไปใช้งาน
การมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรดี มีป่าไม้ มีสัตว์ป่าช่วยรักษาดุลธรรมชาติ และมีแร่ธาตุมากมาย ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพ ตลอดจนสามารถนำเงินตราจากการส่งออกเข้ามาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ตัวอย่าง: การจัดการเพื่อป้องกันการกัดเซาะทางชายฝั่งนั้น ต้องมีการวางแผนทางด้าน ..... โดยการวางแผนนี้สามารถสังเคราะห์ได้จากผลการศึกษากลไกและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางชายฝั่ง ซึ่งการศึกษานี้ได้ใช้กลไกของการจำลองทางคณิตศาสตร์ และอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆมาเป็นตัวขับเคลื่อน เช่น ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลน้ำขึ้น-น้ำลงจากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ เป็นต้น
อนึ่ง "การจัดเตรียมข้อมูล" ถือเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่สนับสนุน "การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล" ในขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อ "การศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล" ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจาก
ในการนี้ หน่วยปฏิบัติการฯได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของขั้นตอน "การจัดเตรียมข้อมูล" ดังนั้น จึงขอเสนอโครงการเพื่อ ......
เช่น ต้องอาศัยข้อมูลต่างๆ เช่น ในการศึกษากลไกและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ต้องอาศัยข้อมูลน้ำขึ้น-น้ำลงจากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ข้อมูลสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลตะกอนจากกรม... เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกันจึงทำให้มีความแตกต่างกันใน ... ด้านหลักๆ คือ (1) template และ format มีความหลากหลาย มักอยู่ในสภาพที่เหมาะสม.... โดยข้อมูลเหล่านี้มักมาจาก ทั้งนี้
- ค้นหาแหล่งข้อมูล
- เมื่อพบแหล่งข้อมูลต้องทำการศึกษาวิธีเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล เช่น ศึกษา interface และ link ที่เชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูล หรือศึกษาการสืบค้น
- เมื่อได้ข้อมูล ศึกษา template เพื่อให้สามารถเข้าใจข้อมูล
- แปลงข้อมูลทั้ง syntax และ semantic ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน รวมถึงการ merge ข้อมูลเข้าเป็น file เดียวกัน
- คอย update ข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เมือ
- ข้อมูลมีหลากหลายรูปแบบ โครงสร้าง ความหมาย
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นอุปสรรคยิ่งต่อการวางแผน และตัดสินใจ ตลอดจนการวิจัย กล่าวคือต้องใช้เวลาค้นหาข้อมูล จัดการข้อมูลก่อนที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้
[edit] แนวทางการแก้ปัญหา
ควรมีการพัฒนาเครืองมือหรือโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ
[edit] ปัญหา จากที่สำรวจไว้เบื้องต้น
- ในการศึกษากลไกและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ต้องการข้อมูลใน 2 รูปแบบ คือ
- ข้อมูลอยู่อย่างกระจัดกระจายตามหน่วยงานต่างๆ
- ข้อมูลถูกเผยแพร่ผ่านทาง Web Application
- กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ให้บริการ "ข้อมูลน้ำขึ้น-ลง" (1) รายวัน ตามปีงบประมาณ(ก่อนหน้า) และสถานี (2) รายชั่วโมง ในปีงบประมาณปัจจุบัน และสถานี และ (3) รายวัน ในปีงบประมาณปัจจุบัน และสถานี
- นำเสนอข้อมูลเหล่านี้ในลักษณะของตารางข้อมูล ซึ่งมี template ที่แตกต่างกันไป รวมถึง format ที่ต่างกันด้วย เช่น .xls, .htm ทั้งนี้ต้องทราบ link ของข้อมูลด้วย เช่น http://www.navy.mi.th/hydro/pom/Pom.htm, http://www.navy.mi.th/hydro/services07.htm
- format ของเวลามีความต่างกันในแต่ละรายงานข้อมูลที่ให้บริการ เช่น 13:00 และ 0334 สื่อถึงเวลา
- ระดับการวัดความสูงของน้ำวัดต่างกัน เช่น คิดจากเหนือระดับน้ำลงต่ำที่สุด, คิกจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
- กรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ให้บริการ "ข้อมูลน้ำขึ้น-ลง" (1) รายวัน ตามปีงบประมาณ(ก่อนหน้า) และสถานี (2) รายชั่วโมง ในปีงบประมาณปัจจุบัน และสถานี และ (3) รายวัน ในปีงบประมาณปัจจุบัน และสถานี
- ข้อมูลถูกเผยแพร่ผ่านทาง CD
- ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา ให้บริการข้อมูลสภาพอากาศ (weather data) ซึ่งใน CD ประกอบด้วยหลายแฟ้มข้อมูล ซึ่งแยกเก็บข้อมูลตามสถานี ตามเวลา หรืออื่นๆ
- ต้องตรวจสอบด้วยมือ เพื่อให้ทราบว่าข้อมูลที่ต้องการอยู่ในแฟ้มข้อมูลใด ซึ่งอาจมีมากกว่า 1 แฟ้มข้อมูล เนื่องจากแยกตามเวลา ซึ่งทำให้ต้องทำการ merge แฟ้มข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน
- ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา ให้บริการข้อมูลสภาพอากาศ (weather data) ซึ่งใน CD ประกอบด้วยหลายแฟ้มข้อมูล ซึ่งแยกเก็บข้อมูลตามสถานี ตามเวลา หรืออื่นๆ
- สิ่งเหล่านี้ถือเป็นอุปสรรคต่อนักวิจัยที่ต้องการนำข้อมูลไปใช้ เพราะ
- ใช้เวลาในการแปลงข้อมูลให้มี syntax หรือ semantic เดียวกัน
- ต้องทำซ้ำถ้าได้ข้อมูลจากหน่วยงานนั้นๆ เพิ่มเติม
- ชะลอการทำงาน
[edit] ข้อมูล
- ข้อมูลควรอยู่ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน
- ใครควรกำหนดมาตรฐานข้อมูล
- เป้าหมายของการสร้างมาตรฐานข้อมูลนั้น ควรอยู่ในระดับใด เช่น ระดับห้องปฏิบัติการ ระดับประเทศ เป็นต้น
- รูปแบบของข้อมูลที่ application ต้องการ
- XML, text file
- application ที่จะพัฒนาต่อยอดพัฒนาโดย
- procedural language เช่น c, Fortran
- object-oriented language เช่น C++, Java
[edit] ข้อมูลฟรี vs ข้อมูลซื้อ
- ข้อมูลฟรี
- ในปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องดาวน์โหลดมาจากเว็บไซด์ต่างๆ
- ข้อมูลน้ำขึ้น-ลง สามารถดาวน์โหลดมาจากเว็บไซด์ของกรมอุทกศาตร์ทหารเรือ (www.navy.mi.th) โดยแสดงข้อมูลในลักษณะของตารางข้อมูล ซึ่งมีรูปแบบเป็น Excel หรือ Html ทั้งนี้ต้องทราบ link ในเว็บไซด์นั้นๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล
- ประเด็น
- 1. ควรสนับสนุน และผลักดันให้หน่วยงานนั้นๆ ให้บริการข้อมูลในรูปแบบของ Web Service หรือไม่
- 2. ช่วงแรกเราควรพัฒนา Web Crawler เพื่อดูดข้อมูล และจัดเก็บลงฐานข้อมูลหรือไม่ ถ้าใช่
- 2.1 ควรให้บริการข้อมูลเหล่านี้แก่ผู้อื่นหรือไม่ (ผิดกฎหมายไหม?)
- 2.2 ควรพัฒนาในรูปของ Information Service? ทั้งนี้ควรเป็นข้อมูลสะสม และต้องปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ ?
- 2.3 ภาระหน้าที่จะอยู่ที่เราในการให้ได้มาซึ่งข้อมูลหนึ่งๆ ซึ่งควรมีผู้รับผิดชอบในการ run งาน และปรับปรุง Web crawler ถ้าฝั่งเจ้าของข้อมูลทำการปรับเปลี่ยน Web Interface
- 2.4 ควรทำการผลักดันให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูล ดูแลรับผิดชอบในที่สุด ต่อไป ? ทำอย่างไรให้เค้าเห็นประโยชน์ถ้ามีการนำข้อมูลไปใช้ และเค้าได้ประโยชน์อะไร?
- ในปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องดาวน์โหลดมาจากเว็บไซด์ต่างๆ
- ข้อมูลซื้อ
- ถ้าจำเป็นต้องซื้อข้อมูลมาจากที่อื่น เราควรสร้างระบบจัดเก็บข้อมูล (repository)
- ประเด็น
- 1. เค้าจะให้ข้อมูลมาในลักษณะใด เช่น ให้สิทธิ์ในการดาวน์โหลด, เรียกผ่าน Web Service ของเค้า?
- 1. ควรพัฒนาในรูปของ Information Service? ยอมรับมาตรฐานของข้อมูลที่เค้าจัดไว้ให้?
- 2. ควรเปิดเผยข้อมูลที่ซื้อมาให้เฉพาะผู้วิจัยร่วมเท่านั้น ?
- ถ้าจำเป็นต้องซื้อข้อมูลมาจากที่อื่น เราควรสร้างระบบจัดเก็บข้อมูล (repository)
[edit] ข้อมูลดิบ vs ข้อมูลวิเคราะห์
- ข้อมูลดิบ
- เป็นข้อมูลที่อาจยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เช่น ข้อมูลน้ำขึ้น-ลง จากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ
- ข้อมูลวิเคราะห์
- เป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์เพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนำไปใช้งาน เช่น
- ข้อมูล Harmonic Analysis & Prediction of Tides สำหรับน้ำขึ้น-ลง ที่ตำแหน่งหนึ่งๆ ช่วงเวลาหนึ่งๆ และวิเคราะห์ด้วยวิธีหนึ่งๆ เช่น M2, S1, N2
- ตัวอย่าง: M2 = 3.185 cos (28.984t - 127.24) www.math.sunysb.edu/~tony/tides/harmonic.html
- ข้อมูล Harmonic Analysis & Prediction of Tides สำหรับน้ำขึ้น-ลง ที่ตำแหน่งหนึ่งๆ ช่วงเวลาหนึ่งๆ และวิเคราะห์ด้วยวิธีหนึ่งๆ เช่น M2, S1, N2
- ประเด็น
- 1. ควรให้บริการข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ ? ทำในลักษณะ CFD Databank
- 2. Information Service ควรเพิ่มศักยภาพในการทำงาน คือสามารถให้บริการได้ทั้งข้อมูลดิบ และข้อมูลวิเคราะห์?
- เป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์เพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนำไปใช้งาน เช่น
[edit] ข้อมูลปัจจุบัน vs ข้อมูลสถิติ
| ข้อมูล | ฟรี | ซื้อ | ข้อมูลดิบ | ข้อมูลวิเคราะห์ | ข้อมูลปัจจุบัน | ข้อมูลสถิติ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| .... | .... | .... | .... | .... | .... | .... |
| .... | .... | .... | .... | .... | .... | .... |
| .... | .... | .... | .... | .... | .... | .... |
| .... | .... | .... | .... | .... | .... | .... |

